• Facebook
  • YouTube
  • Instagram

Follow us

แพทย์แผนจีนขออาสาพร้อมสู้วิกฤต รักษาผู้ป่วยที่มีอาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน

29 เมษายน 2564

ธรรมนัสรอดคดีค้ายาเสพติดที่ออสเตรเลีย ศาลวินิจฉัย ไม่ขาดคุณสมบัติ

4 พฤษภาคม 2564

ปูไปรยา บริจาคเงินให้กับมูลนิธิรามาธิบดีกว่า 6 แสนบาท เพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจช่วงวิกฤต

6 พฤษภาคม 2564

ญาญ่า อุรัสยา ร่วมบริจาคเงินสู้โควิด 2 ล้าน ให้กับโรงพยาบาล 2 แห่ง

9 พฤษภาคม 2564

Trending Today

ต้องทำอย่างไรบ้างเมื่อเผชิญกับโควิด-19

18 เมษายน 2564

อาการของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

• มีไข้ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ ไม่มีแรง ปวดเมื่อยทั้งตัว และในบางกรณีอาจมีผื่นขึ้น

 

บุคคลที่มีความเสี่ยง

• มีความเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือจากคลัสเตอร์ต่าง ๆ ที่ทางราชการแถลง

• มีประวัติการเดินทางไปพื้นที่โรคระบาด

• เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ที่สถานพยาบาลที่รับตรวจ และตรวจซ้ำแล้วไม่มี false positive (recheck ภายใน 24 ชั่วโมง)

 

การปฏิบัติตนหากมีอาการโรคโควิด-19

• ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด และเมื่อแพทย์ซักถามควรตอบตามความเป็นจริง ไม่ปิดบัง ไม่บิดเบือนข้อมูลใด ๆ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องมากที่สุด

• หากเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 14-27 วัน เพื่อให้ผ่านช่วงเชื้อฟักตัว (ให้แน่ใจจริง ๆ ว่าไม่ติดเชื้อ) **หากไม่มีอาการใด ๆ เลย ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจ

 

การปฏิบัติตนเมื่อมีความเสี่ยงและสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ก่อนจะไปพบแพทย์

• แยกห้องนอนสิ่งของเครื่องใช้ สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างจากบุคคลในครอบครัว ไปพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

• ให้ข้อมูลเพื่อการสอบสวนโรคตามความเป็นจริงเพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดการกับโรค

 

ตรวจโควิดฟรี หากมี 2 เกณฑ์นี้ร่วมกัน

       นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยช่วงหนึ่งในการแถลงข่าวประจำวัน ในวันที่ 22 เมษายน 2563 ถึงเกณฑ์การสอบสวนโรคใหม่ สำหรับประชาชนทั่วไป โดยหากมีหนึ่งในอาการเหล่านี้ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงที่เข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่งสามารถขอรับการตรวจได้ฟรีทันที

 

ซึ่งอาการ 1 ใน 2 อย่าง ได้แก่

1. มีประวัติว่ามีไข้ภายในไม่กี่วันที่ผ่านมา

2. อุณหภูมิร่างกายสูง 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป (มีไข้ในปัจจุบัน)

 

และหากมีอาการจากข้อแรกร่วมกับอาการต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่งสามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้ฟรีได้ในทันที ได้แก่

1. ไอ

2. มีน้ำมูก

3. เจ็บคอ

4. หอบเหนื่อย หายใจลำบาก

5. เป็นผู้ป่วยโรคปอดอักเสบอยู่เดิม

 

ปัจจัยเสี่ยง 14 วันก่อนวันที่เริ่มป่วยเล็กน้อย ที่ควรระวัง

1. มีประวัติเดินทาง ในพื้นที่/จังหวัดที่มีการระบาดของโนคโควิด-19

2. ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือติดต่อคนจำนวนมาก

3. ไปสถานที่ชุมนุมชน หรือสถานที่รวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล และใช้การขนส่งสาธารณะ

4. สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19

หากถ้ามีอาการเหล่านี้ตรวจฟรี โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยมีพื้นที่ตรวจทั้ง กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด มากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ

 

กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโทรเบอร์นี้

 

1.สายด่วน 1668 เป็นสายด่วนของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ โดยจะให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเบื้องต้นแก่ผู้ป่วย โควิด-19 และประสานงานส่งต่อผู้ป่วยไปรักษายังโรงพยาบาล โดยให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

 

2.สายด่วน 1422 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยให้บริการ 3 เรื่อง คือ ตอบคำถามและข้อสงสัยของประชาชน ประสานงานโรงพยาบาล และแจ้งเหตุผู้มีความเสี่ยงเข้าเกณฑ์ติดเชื้อไวรัส โควิด-19

 

3.สายด่วน 1330 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำงานคู่ขนานกับสายด่วน 1668 ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันแล้วโดยผู้ป่วยสามารถสอบถามข้อมูลการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

 

4.สายด่วน 1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อจัดหาเตียงในโรงพยาบาลใน กทม. ให้แก่ผู้ป่วย โดยให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

 

5.สายด่วน 1646 ของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กทม. (เอราวัณ) เพื่อประสานงานไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในการรับผู้ป่วย โดยเจ้าหน้าที่จะซักประวัติเบื้องต้น เพื่อให้ทราบพิกัด และอาการของผู้ป่วยไม่เกิน 1 นาที จากนั้นจะประเมินอาการ หากเป็นอาการขั้นพื้นฐาน จะส่งทีมกู้ชีพจากมูลนิธิต่าง ๆ เข้าไปรับ แต่หากอาการรุนแรงจะส่งรถพยาบาลไปรับผู้ป่วยทันที

 

6.สายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข สำหรับให้คำปรึกษาปัญหาความเครียด หรือภาวะด้านสุขภาพจิตที่เกิดจากสังคม หรือปัญหาชีวิต แนะนำเทคนิควิธีการจัดการกับความเครียด รวมทั้งจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

 

หลักการรักษาโรค

ผู้ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่ม A = คนไข้ที่ไม่แสดงอาการ

กลุ่ม B = แสดงอาการปานกลางถึงมาก และมีโรคแทรกซ้อน  

ซึ่งเฉพาะ กลุ่ม A เท่านั้นที่แพทย์สามารถอนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน หรือเรียกว่า Home Isolation ได้ เพื่อสังเกตอาการและควบคุมเพื่อไม่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค

 

โดย Home Isolation ผู้ติดเชื้อจะต้องแยกตัวเองเพื่อรักษาตัวตามอาการเป็นเวลา 10 วัน จากรายงานการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่า เชื้อที่อยู่ในตัวผู้ติดเชื้อมีความสามารถในการแพร่สู่ผู้อื่นภายในระยะเวลา 10 วัน เท่ากับว่าหลัง 10 วันเชื้อจะหมดความสามารถในการแพร่ แต่ยังสามารถอยู่ในตัวผู้ติดเชื้อได้ ซึ่งคำแนะนำคือให้ดูอาการและป้องกันโรคแทรกซ้อนต่อไป โดยจะสามารถพักรักษาตัวที่บ้านของตนเองได้หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น

 

กฎหลักสำหรับ Home Isolation

ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้านคนเดียว อยู่กับครอบครัว หรืออยู่คอนโด กฎเหล็ก 3 ข้อที่ยังคงต้องปฏิบัติเหมือนเดิมคือ ‘สวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาด และเว้นระยะห่าง’ โดยสามารถออกแบบพื้นที่ตามไลฟ์สไตล์ ดังนี้

 

กรณีอยู่บ้านกับครอบครัวใหญ่

- แยกห้องนอนออกจากคนอื่นในบ้านให้เป็นสัดส่วน

- ไม่กินอาหารร่วมกับผู้อื่นในบ้าน

- แยกขยะ เพราะขยะจากผู้ติดเชื้อถือเป็นขยะติดเชื้อ

- แยกห้องน้ำ หากไม่สามารถแยกห้องน้ำจริงๆ ให้ผู้ติดเชื้อใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย และล้างห้องน้ำทุกครั้งหลังใช้ จุดที่ควรระวังมากเป็นพิเศษคืออ่างล้างหน้าและส้วม

 

กรณีอยู่บ้านคนเดียว หรือคอนโด

- ใช้ชีวิตได้ตามปกติ (ในบ้าน)

- ใช้บริการเดลิเวอรีได้ แต่ต้องใส่หน้ากาก หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับพนักงาน และล้างมือบ่อย ๆ

- สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่คอนโด ควรแจ้งนิติบุคคล หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่ส่วนกลาง และรายงานอาการหลังครบ 10 วัน อย่าลืมใส่หน้ากาก, ล้างมือ และเว้นระยะห่าง เมื่อมีความจำเป็นต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ฯลฯ  

- เพื่อป้องกันความตื่นตระหนก นิติบุคคลจะต้องเตรียมมาตรการรับมือ เช่น ทั้งนี้คือการแจ้งลูกบ้านท่านอื่น ๆ ให้ระมัดระวัง ฉีดพ่นฆ่าเชื้อบริเวณส่วนกลาง รวมถึงการจัดการกับขยะติดเชื้อ

 

กรณีติดเชื้อมีอาการปานกลางหรือรุนแรง

 

ส่วนผู้ติดเชื้อที่มีอาการ แพทย์จะทำการรักษาตามอาการที่โรงพยาบาลตลอดจนกว่าอาการจะดีขึ้น และจะมีการใช้ยารักษา ดังนี้

1. ยาต้านไวรัสเอดส์ ใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Lopinavir ผสม Rotronavir)

2. ยาต้านไข้มาลาเรีย (คลอโรควิน)

3. ยา Favipiravir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ตัวแรกที่ได้รับการรับรองจากประเทศจีน

 

ดังนั้นหากมีการตรวจหาเชื้อและทราบผลการติดเชื้อที่รวดเร็ว รวมถึงการทำการรักษาตั้งแต่ ในช่วงแรกของการติดเชื้อ ความรุนแรงและระยะเวลาในการพักฟื้นก็จะลดลงตามมาด้วย จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนกับการสังเกตอาการของตนเอง และปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลสุขภาพของตนและสุขภาพของส่วนรวมให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 ไปด้วยกัน

The Publisher

CLOSE UP

By

Related post

ต้องทำอย่างไรบ้างเมื่อเผชิญกับโควิด-19

18 เมษายน 2564

SPOTLIGHT

Culture

Social

วินัยคือ"วัคซีนที่ดีที่สุด" ป้องกันโควิด-19

11 เมษายน 2564

SPOTLIGHT

Culture

Social

728

THE PUBLISHER

สํานักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม

The Publisher มองเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสื่อรูปแบบใหม่มุกคนสามารถได้รับข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันข้อมูลข่าวสารกลับไม่ตรงตามความเป็นจริง The Publisher จึงอยากยกระดับมาตรฐานของสํานักข่าวออนไลน์ให้ "รวดเร็ว ถูกต้อง มีประโยชน์"

FOLLOW US ON FACEBOOK

Social

Add a Title

Designed & Developed by Alpaca Media and Technology Solutions